โรงเผาขยะและโรงผลิตพลังงานที่มีชื่อว่า “CopenHill” ซึ่งเป็นโรงผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ สามารถนำขยะมาเผาและผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าให้กับชาวเมือง ซึ่งโรงผลิตไฟฟ้านี้ตั้งอยู่ในโคเปนเฮเกนเมืองหลวงของเดนมาร์ก ซึ่งมันไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงไฟฟ้าธรรมดาเท่านั้น แต่ด้วยการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ ที่เขาต้องการให้มีลาน  Outdoor กลางใจเมืองหลวง เพื่อที่ให้คนมาทำกิจกรรมร่วมกันและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ซึ่งโรงผลิตไฟฟ้านี้คุณสามารถเดินป่าหรือเล่นสกีและปีนเขาได้ที่โรงผลิตไฟฟ้านี้เลย ไม่จำเป็นต้องออกไปถึงชานเมือง เพื่อที่จะทำกิจกรรมเหล่านี้ แล้วมันได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก พร้อมทั้งชุมชนและพลเมืองให้การตอบรับและยอมรับโรงไฟฟ้านี้และสามารถอยู่คู่กับชุมชนได้อย่างสงบเรียบร้อย 

วันนี้เราจะพาท่านไปชมโรงงานเผาขยะรูปแบบใหม่และนำมาผลิตไฟฟ้า พร้อมทั้งการออกแบบที่มีทั้งการปีนเขา เล่นสกี และเดินป่า โดยใช้พื้นที่เหล่านี้บนโรงงานผลิตไฟฟ้าได้อย่างคุ้มค่าและเป็นที่ยอมรับของชุมชน เราไปรับชมพร้อมกันครับ

สิ่งที่คุณเห็นนี้ชื่อว่า “CopenHill” ซึ่งเป็นโรงเผาขยะและนำมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ตั้งอยู่กลางใจเมืองของประเทศเดนมาร์ก

ซึ่งโรงผลิตไฟฟ้านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงเผาขยะธรรมดาเท่านั้น แต่เขาได้เปลี่ยนด้านบนของดาดฟ้าให้เป็นลานกิจกรรม ซึ่งทุกคนในเมืองสามารถมาเล่นสกี ด้านบนของโรงงานได้

พอถึงตอนเย็นหลังจากที่พวกเขาได้กลับจากการทำงาน เหล้าประชาชนในชุมชนแถวนั้น ก็จะมารวมตัวกันที่โรงงานนี้ เพื่อนั่งคุยและทำกิจกรรมร่วมกัน

โรงผลิตไฟฟ้านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ลานสกีเท่านั้น แต่คุณยังสามารถปีนเขาจำลองได้อีกด้วย

ลานสกีที่มีความยาวถึง 9000 ตารางเมตร ทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมเหล่านี้

ด้านบนของลานสกีเขายังปลูกหญ้าเพื่อความสวยงามอีกต่างหาก

และยังมีการจำลองการเดินป่า  เป็นระยะทาง 490 เมตรซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติและการมีส่วนร่วมกับเด็กๆ

ลานสกีจำลองนี้เป็นที่ชื่นชอบของของคนในเมืองหลวง โคเปนเฮเกน

และนี่คือความสวยงามของการออกแบบโรงผลิตไฟฟ้ากลางใจเมืองที่ทุกคนยอมรับ

และทั้งหมดนี้คือช่วงเวลาที่มีความสุขของครอบครัวที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน

 สิ่งแปลกๆ บนโลกนี้สามารถเกิดได้ทุกช่วงเวลาซึ่งมันอาจเป็นเรื่องที่ยากที่คุณจะเห็นมันด้วยตาของคุณเอง แต่เราได้รวบรวมภาพเหล่านี้มาไว้ให้คุณได้รับชมเพื่อความบันเทิงและคุณ

เรียบเรียงโดย : captainpiadd

แหล่งที่มา : biacaip